สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ยังคงมีความรุนแรงทั่วโลก เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรค ทำให้หลายองค์กรมีแนวคิดการทำงานจากที่บ้าน และต้องการสนองนโยบายของรัฐบาล ทำ Social Distancing เพื่อลดการติดเชื้อ

ดังนั้นวันนี้แอดจะมาเสนอ 5 แอพแนะนำที่เหมาะในการทำงานทั้งแบบ Work from home และในสถานการณ์การทำงานปกติที่ควรเลือกนำไปใช้ และช่วยให้การประสานการทำงานทั้งในแผนกเดียวกัน ต่างแผนก รวมถึงในระดับผู้บริหารได้ผลดียิ่งขึ้นดังนี้

โปรแกรมลงเวลาทำงานออนไลน์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็ว
ทดลองใช้งานฟรีได้แล้ววันนี้ !!! โทร. 02-551-2097 ต่อ 601

5 แอพแนะนำสำหรับ Work From Home ที่ควรเลือกนำไปใช้

Slack คือ แพลตฟอร์มในการส่งข้อความ ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานเป็นทีม และถือเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อผู้ที่ต้องทำงานนอกออฟฟิศ ระบบส่งข้อความจะถูกแบ่งออกเป็นชาแนลต่าง ๆ ซึ่งสมาชิกของทีมงานสามารถเข้าและออกได้ ดังนั้น จึงไม่มีใครที่จะได้รับข้อความหรือการแจ้งเตือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง สมาชิกของกลุ่มยังสามารถพูดคุยนอกหัวข้อหลัก ในกระทู้ที่แยกออกไป ซึ่งทำให้ข้อความดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปรบกวนการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องหลักที่มีความสำคัญได้

Slack

โปรแกรมแอพพลิเคชัน เครื่องมือสำหรับบริหารจัดการโครงการ หรือ Project Management จุดเด่นของโปรแกรม Trello อยู่ที่การออกแบบ UX/UI ที่สวยงาม ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ช่วยในเรื่องการจัดการ การวางแผนลำดับงานที่ต้อง และสิ่งต่าง ๆ แบ่งเป็นโปรเจคต่าง ๆ ผ่านการทำงานไว้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับบริหารจัดการที่ต้องทำงานร่วมกัน ระหว่างทีมหรือทุก ๆ แผนก ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนา และตรวจสอบคุณภาพของงาน ที่สำคัญโปรแกรมแอพพลิเคชั่น Trello ยังให้ใช้บริการแบบฟรี ๆ อีกด้วย แถมยังใช้ได้ทั้งในคอมพิวเตอร์ และในโทรศัพท์ สุดยอดไปเลยใช่ไหมคะ

Trello

3. Zoom

Zoom เป็นโปแกรมที่ให้บริการวีดีโอคอนเฟอเรนซ์อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นเครื่องมือเพื่อการสื่อสารสำหรับธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการที่มีชื่อว่า Zoom Meetings & Chat ซึ่งมีทั้งบริการวีดีโอ และการโทรด้วยเสียง

Zoom ช่วยทำให้การประชุมผ่านวีดีโอคอล และการโทรด้วยเสียงสะดวกสบายยิ่งขึ้น ให้บริการทั้ง 2 รูปแบบ ทั้งรูปแบบฟรี และรูปแบบเสียเงิน โดยรูปแบบบริการฟรีจะรองรับการทำงานของทีมขนาดเล็ก ส่วนรูปแบบการให้บริการแบบเสียเงินนั้น จะต้องมีผู้ที่อยู่ในฐานะ “โฮสต์” ทำหน้าที่จ่ายค่าบริการรายเดือนที่ 14.99$หรือราว 480 บาทต่อโฮสต์ ซึ่งโฮสต์จะมีหน้าที่ในการเชิญสมาชิกเข้าร่วมในการประชุม ซึ่งอาจมีจำนวนสูงสุดถึง 100 คน แต่หากการประชุมยืดเยื้อนานกว่า 40 นาที โฮสต์อาจต้องอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นแบบจ่ายเงิน

Zoom

4. Line

แอพพลิเคชั่น Line เป็นแอพแชทยอดนิยมอันดับหนึ่งในประเทศไทย สามารถสื่อสารผ่านตัวอักษร หรือสื่อสารผ่านการพูกคุย อีกทั้งยังมีฟังก์ชัน Keep สำหรัดจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ และยังสามารถทำการประชุมร่วมกันแบบวีดีโอได้อีกด้วย มีให้ดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งในระบบ iOS และ Android รวมไปถึง Microsoft

Line

Chrome Remote Desktop ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้อย่างปลอดภัย ผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ไม่ว่าจากที่ใดก็ตาม และเวลาใดก็ตาม โดยไม่ต้องกังวลถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

เราสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของเราด้วยการพิมพ์ URL ลงในเว็บเบราเซอร์ หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ ทั้งในระบบ iOS และ Android

นอกจากนั้นยังมีระบบเสริมที่ติดตั้งใน Google Chrome ที่ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ในสำนักงานหรือบ้านได้อย่างรวดเร็ว จากอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือ

อีกหนึ่งฟังก์ชันหลักของ Chrome Remote Desktop คือ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ของเรา เข้ากับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งหมายความว่าเราสามารถให้ผู้อื่นเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของเราได้ และรับการช่วยเหลือแบบทางไกล โดยเพื่อนร่วมงานสามารถมองเห็นหน้าจอการทำงานของเรา และควบคุมคอมพิวเตอร์ของเราได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกิดปัญหาการขัดข้องทางเทคนิค

เรายังสามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อการคัดลอกหน้าจอ ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นหน้าจอเดียวกัน และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างคล่องตัว

Chrome Remote Desktop

โปรแกรมลงเวลาทำงานออนไลน์ BeeHR ได้ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการจัดการงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคล รองรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการงานที่ซับซ้อน และเป็นโปรแกรมที่มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการติดตั้งและใช้งาน ช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน ตอบโจทย์การทำงานในยุค New Normal อย่าง Work From Home

สรุป

จะเลือกใช้แอพพลิเคชั่นแบบไหน ก็คงต้องแล้วแต่ตามความสะดวกของคุณและคนในทีมที่ต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานแบบ Work From home ในสถานการณ์แบบนี้นั่นเอง เป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันค่ะ