การจัดการทรัพยากรมนุษย์

การใช้กลยุทธ์เชิงรุกที่มีความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในองค์กร นั่นคือบุคคลที่ทำงานทั้งกรณีที่ทำงานรวมกันและกรณีที่ทำงานคนเดียวเพื่อบรรลุเป้าหมายในการประกอบธุรกิจใดๆ

โปรแกรมลงเวลาเข้า – ออกงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็ว
สมัครใช้งานฟรีได้แล้ววันนี้ !!! โทร. 02-551-2097 ต่อ 601

กลยุทธ์ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์นั้นจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปตามเวลาและสถานการณ์ จึงต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ในธุรกิจหลากหลายประเภทและขนาดจึงมีแผนกหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์โดยเฉพาะ ซึ่งขนาดของแผนกหรือหน่วยงานนั้น จะมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจเองรวมถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ด้วยว่าสำคัญยิ่งยวดมากน้อยเพียงใด

การจัดการทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นทั้งทฤษฎีในเชิงวิชาการและแบบปฏิบัติในธุรกิจที่ศึกษาวิธีการบริหารแรงงานทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

การวางแผนการจัดการ

สิ่งสำคัญของผู้บริหารนั้นนอกจากการวางแผนบริหารงานธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายแล้ว ควรที่จะยังต้องมีความรู้และทักษะในงานด้าน HR ด้วย แนวคิดปัจจุบันในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มักจะถูกกำหนดให้เป็นสมรรถนะหนึ่งของผู้บริหารหน่วยงานระดับต่างๆ ให้มีหน้าที่ต้องดูแลพนักงานตั้งแต่รับเข้ามาทำงานจนถึงวันที่ลาออกหรือพ้นสภาพไป

จึงกล่าวได้ว่ากระบวนการบริหารคนจะเกิดขึ้นภายในหน่วยงานนั้นเอง ดังนั้น การพัฒนาให้ผู้บริหารมีทักษะในการบริหารจัดการคน ตั้งแต่การวางแผนกำลังคน คัดเลือก พัฒนาและดูแลรักษาคนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำระบบ/เครื่องมือการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ได้อย่างถูกต้อง จะช่วยสนับสนุนให้พนักงานในหน่วยงานปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายขององค์กร

การจัดการทรัพยากรมนุษย์ มีกระบวนการเป็น 3 ระยะดังนี้

  1. ระยะการคัดเลือกหรือได้มาซึ่งทรัพยากรมนุษย์
  2. ระยะการควบคุมดูแลและรักษาทรัพยากรมนุษย์ ระหว่างปฏิบัติงานในองค์กร
  3. ระยะสุดท้าย คือการพ้นจากงาน การจัดสวัสดิการตอบแทนหลังเกษียณหรือการพ้นจากงานในกรณีอื่นๆ เช่น การเลิกจ้าง

โปรแกรมเงินเดือน BeeHR ได้ถูกออกแบบให้มีความสามารถในการจัดการงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคล รองรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการงานที่ซับซ้อน และเป็นโปรแกรมที่มีความยืดหยุ่นสูง ง่ายต่อการติดตั้งและใช้งาน ช่วยลดขั้นตอนในการทำงาน

ทักษะการบริหารคนทางด้าน HR สำหรับหัวหน้างาน

  1. ความรู้เรื่องกฎหมาย

ถึงผู้บริหารจะไม่ใช่นักกฎหมายโดยตรงแต่ก็ควรรู้เรื่องกฎหมายเบื้องต้นสำหรับพนักงาน กฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรู้เพื่อที่จะสามารถบริหารบุคคลได้อย่างถูกต้องตามระเบียบแบบแผนที่กำหนดไว้ และกฎหมายหลักๆที่ต้องรู้ก็คือ

  • กฎหมายคุ้มครองแรงงาน

เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องสิทธิ หน้าที่ระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง เช่น การกำหนดจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ การกำหนดในเรื่องของแรงงานหญิง แรงงานเด็ก หากนายจ้างไม่รู้กฎหมายหมวดนี้และกำหนดค่าจ้างที่ขัดแย้งกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สัญญาจ้างก็จะเป็นโมฆะ

  • สัญญาจ้างแรงงาน

เป็นการจำกัดเรื่องเสรีภาพ ในการทำสัญญาจ้างลูกจ้าง เป็นข้อสัญญาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ส่วนใหญ่จ้างโดยการทำเป็นหนังสือ ซึ่งลูกจ้างตกลงทำงานให้แก่บุคคลหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า “นายจ้าง” ต้องจ่ายค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ทำงานให้

  • กฎหมายประกันสังคม

เป็นกฎหมายที่กำหนดในเรื่องของหลักประกันแก่บุคคลในสังคม โดยมีการจ่ายเงินเข้ากองทุน แล้วเฉลี่ยคืนให้กับลูกจ้าง

  1. มีทักษะการสื่อสารที่ดี

ความสามารถในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ ทักษะการสื่อสารที่ดีสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสม ทั้งการเขียน ฟัง พูด เพื่อให้ผู้รับสารได้ทำตามสารได้อย่างถูกต้องและเข้าใจตรงกันมากที่สุด และทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย

  1. ทักษะการจัดการคน

เมื่อผู้บริหารต้องเป็น Business Partner เป็นคนที่มีส่วนร่วมกำหนดกลยุทธ์ของแบรนด์มากที่สุด เพราะฉะนั้นทักษะการจัดการคนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการช่วยในการดึงดูดคนเก่งๆ เข้ามา และรักษาให้อยู่ในองค์กรได้ และเหมาะกับคนรุ่นใหม่ด้วย เช่น ต้องคอยปรับเพิ่ม สวัสดิการต่างๆ ให้เหมาะสม หรือกฎในการทำงานประจำ หลายองค์กรเริ่มมีการจ้างพนักงานในเงื่อนไขแบบไม่ประจำมากขึ้น เพราะพนักงานบางคนยังอยากทำงานกับองค์กร แต่ไม่ต้องการทำงานเต็มเวลา จึงเป็นข้อเสนอร่วมกันในการทำงานตามเวลาเท่านั้น ซึ่งลูกจ้างก็ได้ทำงานอื่นร่วมด้วย ส่วนใหญ่จะเห็นในสายงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้านจริงๆ องค์กรก็ไม่อยากหาพนักงานคนใหม่เพราะต้องเสียเวลาในการอบรมใหม่อีกมาก

  1. ทักษะการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นผู้อื่น

ความสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และการกระตุ้นผู้ใต้บังคับบัญชาให้เกิดพลังงานเชิงบวกนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นอีกทักษะที่ผู้บริหารต้องมี เช่น การให้ข้อคิดในการทำงาน การพัฒนาตนเองในการทำงาน หรือการเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน เป็นต้น ความสามารถในการสื่อสารเพื่อสร้างพลังงานบวก ต้องสื่อสารด้วยความถูกต้อง สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น บอกกล่าวความจำเป็นที่เกิดขึ้น และข้อดี ข้อเสียต่างๆ เพื่อสร้างกำลังใจทำงานต่อไป ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจในการทำงานของพนักงานให้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีคุณภาพและมีความรักในองค์กรมากขึ้น

  1. ทักษะการแก้ปัญหาและตัดสินใจ

ทักษะการแก้ปัญหาในผู้บริหารนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และก่อนการแก้ปัญหาต้องเข้าใจ และมีความชัดเจนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด เพราะมีผลสืบเนื่องต่อไปถึงการพัฒนาทางเลือกแก้ปัญหา ส่วนการตัดสินใจเกิดขึ้นหลังจากได้ผ่านการประเมินแต่ละทางเลือก แล้วจึงทำการเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และสามารถวัดผลการปฏิบัติงานองค์กรได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นผู้บริหารยุค 4.0 ต้องมีครบทุกทักษะตามที่กล่าวมา จึงจะครบกระบวนการการเป็นผู้บริหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดูแลธุรกิจและองค์กรได้อย่างยั่งยืน

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการจัดการทรัพยากรมนุษย์

ในยุคที่โลกเปลี่ยนสู่วิถี Digital Age ทั้งในเรื่องของวิถีชีวิตประจำวันไปจนถึงวิถีชีวิตการทำงาน ทำให้เกิดการพัฒนาทางเทคโนโลยีตลอดจนนวัตกรรมขึ้นมามากมาย รวมไปถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อรองรับการทำงานขององค์กรและฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) ด้วย เป็นประโยชน์ต่อองค์กรในหลากหลายด้านที่จะช่วยให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และบุคลากรในองค์กรสะดวกสบาย มีความสุขได้เพิ่มขึ้นด้วย

สรุป

ยุคแห่งเทคโนโลยีและดิจิตอลนี้มีการพัฒนานวัตกรรมตลอดจนเทคโนโลยีขึ้นมากมายในทุกแขนงอาชีพและทุกอุตสาหกรรม ในด้านงานทรัพยากรมนุษย์ (HR) ก็เช่นกัน มีนวัตกรรมตลอดจนเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์เกิดขึ้นมากมาย ในยุคที่ประเทศไทย และโลกใบนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Digital Age มากขึ้นเรื่อยๆ นโยบายประเทศผลักดันสู่การเป็น Thailand 4.0 ที่ฝ่าย HR เองก็ผลักดันให้การทำงานก้าวเข้าสู่การเป็น HR 4.0 ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรจึงถือเป็นเรื่องที่ควรเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับองค์กรได้มากที่สุด และนั่นจะยิ่งช่วยส่งเสริมให้บุคลากรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้องค์กรมีศักยภาพมากขึ้นได้ด้วย