Home » บทความ » เรื่องสำคัญที่องค์กรต้องรู้คำนวณงบประมาณแรงงาน และวิธีการคำนวณ

เรื่องสำคัญที่องค์กรต้องรู้คำนวณงบประมาณแรงงาน และวิธีการคำนวณ

งบประมาณเรื่องสำคัญของธุรกิจ

งบประมาณของธุรกิจที่ต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นค่าวัสดุ ค่าเช่า การตลาด และสำคัญที่สุดคือ ค่าแรงงาน คิดเป็น 70% ของต้นทุน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจด้วย หากองค์กรควบคุมต้นทุนค่าแรงไม่ได้ กำไรที่จะได้ก็หดหาย และหากองค์กรประเมินงบประมาณผิดพลาด ก็จะคำนวณราคาสินค้า หรือบริการผิดพลาดไปด้วย ผลเสียอาจมากไปกว่าเดิม หากพนักงานปัจจุบันเกิดความไม่พอใจ พนักงานไม่เพียงพอ หรือพนักงานมากเกินความจำเป็น ดังนั้นเมื่อต้องจัดทำงบประมาณสำหรับแรงงาน องค์กรต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ จึงจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

การทำงบประมาณแรงงานมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะผู้จัดการที่ต้องดูแลพนักงานเป็นกะ เพราะจะสามารถวางแผนบริหารทรัพยากรบุคคลให้เหมาะสมที่สุด

แต่ในการทำงานก็จะมีการเกิดปัญหาเฉพาะหน้า ที่อาจจะทำให้งบประมาณแรงงานที่องค์กรได้ตั้งไว้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าล่วงเวลาที่พนักงานเบิกเข้ามามีมากกว่างบที่ตั้งไว้ หรือประสิทธิผลของการทำงานของพนักงานต่ำกว่าระดับที่องค์กรคาดไว้

โปรแกรมเงินเดือน
ทดลองใช้งานฟรีได้แล้ววันนี้ !!! โทร. 02-551-2097 ต่อ 601

วิธีการคำนวณงบประมาณแรงงาน

ในการทำงานบางครั้งก็จะมีปัญหาเฉพาะหน้ามากมายที่ทำให้งบประมาณแรงงานที่คุณตั้งไว้ ไม่เป็นไปตาที่คิด ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่องค์กรมีลูกค้ามากกว่าที่คิดไว้ ค่าล่วงเวลาที่พนักงานเบิกเข้ามามีมากกว่างบที่ตั้งไว้ หรือประสิทธิผลของการทำงานของพนักงานต่ำกว่าระดับที่คาดไว้

ไม่ว่าปัญหาจะคืออะไร เราจะแสดงวิธีการคำนวณงบประมาณแรงงานทางตรง พร้อมตัวอย่าง และเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

  1. รู้ค่าแรงทางตรงขององค์กร ค่าแรงทางตรงเริ่มต้นด้วย สิ่งที่องค์กรใช้ไปกับค่าแรง คือการคิดต้นทุนของแต่ละชั่วโมงที่ทำงานสำหรับพนักงานของแต่ละกลุ่ม ซึ่งรวมไปถึงการจ่ายเงินเดือน (ทั้งแบบรายเดือน และแบบรายชั่วโมง) แต่ยังรวมไปถึงค่าล่วงเวลา และผลประโยชน์อื่น ๆ ของพนักงานด้วย นอกจากนี้หากองค์กรมีพนักงานที่ทำงานเป็นกะ และพนักงานรายเดือน ก็จะต้องคำนวณให้ต่างกันออกไป

          ตัวอย่างเช่น

          – ค่าแรงรายสัปดาห์

          พนักงานกะ : X บาท/ชั่วโมง x ชั่วโมง/สัปดาห์ = ค่าแรงรายชั่วโมงต่อสัปดาห์

          พนักงานรายเดือน : เงินเดือน ÷ 52 สัปดาห์ = ค่าแรงเงินเดือนต่อสัปดาห์

          – ค่าแรงรายชั่วโมง

          ค่าแรงเงินเดือนต่อสัปดาห์ ÷ 40 ชั่วโมง = ค่าแรงเงินเดือนต่อชั่วโมง

          – ค่าแรงทางตรงทั้งหมด

          เงินเดือน + ค่าล่วงเวลา – สวัสดิการ = ค่าแรงทางตรงทั้งหมด

          สำหรับการทำงานล่วงเวลาที่เวลาไม่สม่ำเสมอ องค์กรอาจต้องการใช้เวลาทำงานล่วงเวลาโดยเฉลี่ยในแต่ละระดับค่าจ้าง ตัวอย่างต่อไปนี้จพคำนวณค่าล่วงเวลาเฉลี่ยต่อปี องค์กรสามารถแยกย่อยเป็นสัปดาห์ หรือแบบรายชั่วโมง

  • ค่าล่วงเวลาประจำปีทั้งหมดสำหรับพนักงาน X บาทต่อชั่วโมง ÷ จำนวน
  • พนักงาน X บาทต่อชั่วโมง = ค่าเฉลี่ยต่อพนักงาน X บาทต่อชั่วโมงในแต่ละปี
  • ค่าเฉลี่ย ÷ 52 = ค่าล่วงเวลาเฉลี่ยรายสัปดาห์สำหรับพนักงาน x บาทต่อชั่วโมง
  • ค่าล่วงเวลารายสัปดาห์สำหรับพนักงาน X บาทต่อชั่วโมง ÷ 40 ชั่วโมง = ค่าล่วงเวลาเฉลี่ยแต่ละชั่วโมงแรงงาน

          เมื่อเรียบร้อยแล้ว องค์กรจะเห็นว่าค่าแรงทางตรงขององค์กรเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน โดยพิจารณาจากระยะเวลาที่องค์กรใช้ (ชั่วโมง สัปดาห์ เดือน) อีกครั้ง สิ่งสำคัญ คือ การลงทั้งหมดในหน่วยเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะชั่วโมง

  1. รู้ว่าเป้าหมายการผลิต หรือบริการคืออะไร ต้องผลิตสินค้าจำนวนเท่าไหร่ และลูกค้ามีความต้องการการบริการแบบไหน องค์กรต้องดูข้อมูลการขายที่ผ่านมาเพื่อคาดการณ์ว่าเป้าหมายการผลิตควรมีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าตามฤดูกาล แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องมีหน่วยการผลิต หรือบริการมาตรฐานที่คุณจะใช้ในการคำนวณขึ้นอยู่กับธุรกิจขององค์กร
  2. รู้ว่าต้องใช้แรงงานมากน้อยเท่าไหร่ องค์กรจำเป็นต้องรู้ว่าใช้เวลา และคนเท่าไหร่ถึงจะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ตัวอย่างเช่น :

          ชั่วโมงการผลิต + ชั่วโมงการตรวจสอบ + ชั่วโมงปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า + ชั่วโมงในการขนส่ง = ชั่วโมงแรงงานทั้งหมดต่อหน่วย

          เมื่อองค์กรรู้เป้าหมายการผลิต หรือการบริการว่าคืออะไร และตอนนี้องค์กรก็รู้แล้วว่าชั่วโมงแรงงานเกี่ยวข้องกันมากแค่ไหน ดังนั้นจึงสามารถคำนวณชั่วโมงแรงงานโดยตรงให้เป็นงบประมาณได้ตามตัวอย่างต่อไปนี้

          จำนวนหน่วยที่ต้องการ x จำนวนชั่วโมงแรงงานที่จะทำหน่วยให้เสร็จ = จำนวนชั่วโมงแรงงานทางตรงที่จัดทำงบประมาณไว้

          สูตรนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง หากมีทั้งพนักงานกะ และพนักงานเงินเดือน องค์กรจะต้องการหาต้นทุนแรงงานต่อหน่วยผลิตภาพ ในลักษณะที่สะท้อนถึงความแตกต่างเหล่านั้นอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้เงินสมทบของพวกเขาผิดพลาดไปจากยอดรวม

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าราคาถูกต้อง ณ จุดนี้องค์กรควรจะสามารถเห็นได้ว่าสิ่งที่เรียกเก็บเงินจากลูกค้าครอบคลุมต้นทุนทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตหรือไม่ บ่อยครั้งต้นทุนของวัสดุคำนวณซึ่งคำนวณได้ง่ายกว่าจะถูกนำมาพิจารณา เมื่อองค์กรมีข้อมูลนี้แล้ว จะสามารถตัดสินใจสร้างงบประมาณด้านแรงงานที่ใช้กับธุรกิจได้จริง

          จากตัวเลขก่อนหน้านี้ ต่อไปนี้คือสูตรงบประมาณแรงงานทางตงบางส่วนที่องค์กรสามารถเริ่มต้นนำมาใช้ได้

  • เป้าหมายการผลิต x ชั่วโมงแรงงานทางตรง = ชั่วโมงแรงงานทางตรงของงบประมาณ
  • งบประมาณชั่วโมงแรงงานทางตรง x ต้นทุนแรงงานทางตรง = งบประมาณต้นทุนแรงงานทางตรง

ปรึกษาเกี่ยวกับระบบการจัดการพนักงาน

งบประมาณแรงงานส่งผลกระทบต่อพนักงานขององค์กรอย่างไร?

องค์กรจะปรับงบแรงงานอย่างไรก็ได้ แต่พนักงานคือคนที่จะต้องทำงานในชั่วโมงเหล่านั้น องค์กรไม่สามารถตัดความคิดเห็นของพนักงานออกจากสมการนี้ได้ เพราะความพึงพอใจของพวกเขาก็ส่งผลต่อผลลัพธ์ของธุรกิจได้เช่นกัน

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ พูดคุยกับพนักงานให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในกระบวนการ เมื่อคำนวณว่าต้องใช้แรงงานเท่าไหร่ในการผลิตให้สมบูรณ์ และฟังข้อเสนอแนะของพวกเขา

สรุป

จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก็คือ การใช้โปรแกรม HR เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ที่รวมเอาโปรแกรมคำนวณเงินเดือนไว้ หลังจากนั้นให้รวบรวมข้อมูลการทำงานล่วงเวลา และข้อมูลเงินเดือนอื่น ๆ เพื่อใช้ในการจัดทำบัญชี

หากองค์กรกำลังมองหาตัวช่วยที่จะช่วยให้แผนกทรัพยากรบุคคลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวดเร็วมากกว่าเดิม แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร BeeHR ยินดีให้คำปรึกษา ติดต่อที่ 02 551  2097 ต่อ 601 ยินดีให้คำแนะนำ

เพิ่มเพื่อน .. เพื่อติดตามข่าวสารของเรา